วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

8 วิธีปิดฉากปะทะความเครียด

เกิดอาการหงุดหงิด รำคาญคนใกล้ตัวโดยไร้สาเหตุ อารมณ์เสียทะเลาะกับ
หวานใจบ่อยๆ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องหากเช็คแล้วดีกรีความสวีทครั้งล่าสุดยัง
อยู่ในเกณฑ์ปกติดีและขณะนั้นไม่มีการแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกายคุณ
อยู่ละก็ขอสันนิษฐานว่าอาการ ดังกล่าวคือสัญญาณของความเครียดที่คุณอาจ
กำลังระบายใส่เขาโดยไม่รู้ตัว

นักจิตวิทยาบอกว่า ความเครียดเกิดจากการที่คนเรามีความสามารถ
ในการปรับตัวและรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆไม่เท่ากัน ต้นตอส่วนมาก
จะมา จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเราเช่น การเงิน การงาน
ครอบครัว ประกอบเข้ากับวิธีคิดและประเมินสถานการณ์ของแต่ละคนซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกระดับของความเครียดว่ามากหรือน้อยแค่ไหน
เช่น คนมองโลก ในแง่ดีมีแนวโน้มว่าจะเครียดน้อยกว่าคนมองโลก
ในแง่ร้ายส่วนคน ที่มีเพื่อนคอยให้ความช่วยเหลือก็จะเครียดน้อย
กว่าคนที่อยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง
 

8 วิธีต่อไปนี้ คือการป้องกันการปะทะอารมณ์เครียด ซึ่งค่อยๆ ฝึกฝนด้วยกันได้
1. อยู่เงียบๆสักพัก คุณอาจนั่งนิ่งๆปล่อยสมองให้ปลอดโปร่งอยู่ตามลำพังก่อนจะกลับบ้านลองใช้
    เวลาสักสิบห้านาทีอยู่เงียบๆ หยิบหนังสือมาอ่าน หรือนั่งฟังเพลงสักพัก เพื่อให้ความเครียด
    ลดระดับลง

2. ถอยหลังหนึ่งก้าว เมื่อความเครียดพร้อมใจเข้ามาหาคุณและเขาในเวลาเดียวกันที่สำคัญการยอม
    เสียสละต้องไม่มีขีดจำกัดไม่มีคำว่าแค่นั้นพอหรือแค่นี้พอแต่ต้องทำด้วยความเต็มใจเพราะคง
    ไม่ดีแน่ หากเขารู้ว่าคุณก็แอบรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ ที่ต้องมานั่งฝืนเอาใจเขา

3. บ่นได้แต่อย่าใช้อารมณ์ การบ่นไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่กลับเป็นโอกาสดีเสียอีกที่คุณได้้ผลัดกันพูด
    และผลัดกันฟัง แต่พึงระวังไว้อย่างหนึ่งคืออย่าถือเอาคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์ส่วนตัวอย่าคิดว่า
    เขากำลังโมโหใส่คุณ ทั้งที่ความจริงเขากำลังระบายเรื่องวุ่นๆที่ทำงานอยู่

4. หาสาเหตุของความเครียด พูดคุยกันดีๆ อย่างมีเหตุผล ว่าวันๆ เขาเป็นอย่างไรส่วนคุณเจอเรื่องดี
    เรื่องร้ายอะไรมาบ้าง เล่าให้เขาฟังว่าอะไรคือปัญหาของคุณ และขอให้เขาเล่าให้คุณฟังเช่นเดียวกัน
    วิธีนี้คือการให้กำลังใจด้วยการรับฟังระหว่างนั้นลองนึกดูดีๆ ว่าจะช่วยเขาแก้ปัญหาหรือให้กำลังใจ
    ได้อย่างไร

5. ถามและตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเขาและคุณอาจต้องการสิ่งที่แตกต่างกันเมื่อเกิด
    ความเครียด การถามกันตรงๆและตอบตามความรู้สึกที่แท้จริงจะทำให้เข้าใจและช่วยกันหาวิธีแก้ไข
    ความเครียดได้ตรงจุดมากขึ้น

6. ฝึกสังเกตอาการเครียด จำไว้ว่าเมื่อเครียดแล้วเขามีอาการอะไรบ้าง (และอย่าลืมบอกให้เขา
    สังเกตคุณด้วย) บางคนเวลาเครียดอาจจะเก็บไว้เงียบๆหรือไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ส่วนบางคนก็บ่นออก
    มาดังๆ ฉะนั้นคุณต้องเข้าใจว่าเขาอาจแสดงอาการเครียดต่างจากคุณก็ได้ และไม่มีวิธีไหนดีกว่าหรือ
    แย่ไปกว่ากัน

7. รู้จักให้อภัย ความโกรธเล็กน้อยในใจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณไม่มีความสุข จำไว้ว่าการตำหนิว่า
    ใครผิดไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรู้ว่าเป็นความผิดของใคร
    ควรปล่อยวาง และให้อภัยเสียบ้าง นอกจากนี้คุณอย่าคาดหวังความเพอร์เฟ็คท์จากตัวเขา หรือแม้
    แต่ตัวคุณเอง พวกเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์มักลงเอยด้วยการสร้างความเครียดโดยไม่จำเป็น

8. หาโอกาสดูแลกันและกัน เป็นต้นว่าผลัดกันนวดเบาๆ หรืออาบน้ำอุ่นๆ ด้วยกัน ไปดินเนอร์
    นอกบ้านดูคอนเสิร์ตนักร้องคนโปรด หรือเปลี่ยนบรรยากาศไปพักผ่อนไกลๆ เพื่อเป็นการรีแล็กซ์
    แทนที่จะใช้ชีวิตประจำวันตามแบบเดิมๆ ของคุณ ไม่จำเป็นว่าต้องไปไหนไกลๆ เป็นเวลานานหรือ
    ราคาแพง แค่ไปทะเลหนึ่งคืนก็ช่วยชาร์จพลังและเพิ่มความสดใสให้คุณสองคนได้แล้ว
สำรวจความเครียดของตัวเองวิธีง่ายๆ คือเช็คดูว่าคุณมีอาการต่อไปนี้บ้างไหม
  • จู้จี้ขี้บ่น ชอบชวนทะเลาะ
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • เป็นหวัดหรือไม่สบายบ่อยๆ
  • ปวดหัว หลัง หรือท้ายทอย
  • ไม่มีสมาธิ หลงลืมง่าย
  • วิตกกังวลจนต้องพึ่งยานอนหลับ
  • เบื่ออาหาร
  • ความสุขทางเพศลดลง
ถ้าพบว่าตรงเกินกว่า 4 ข้อ คุณกำลังเข้าขั้นเครียดในระดับสูง หากไม่รีบจัดการจะนำไปสู่ความเครียด
เรื้อรังหรือเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้
 
อาหารบางประเภทยังช่วยคลายเครียดได้
  • ขนมปังโฮลวีท แป้งถั่ว และมันฝรั่ง มีคอมเพล็กซ์คาร์โบไฮเดรตช่วยให้สมองหลั่งสารซีโรโทนิน
    ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยระงับความเครียด
  • แคลเซียมและแมกนีเซียมในผักใบเขียว ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
  • ชาสมุนไพร เช่น คาโมมายล์ มิ้นต์ หรือชาเขียว ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย
  • การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ ระหว่างวัน เช่น โฮลวีทแครกเกอร์หรือโยเกิร์ตช่วยให้ระดับน้ำตาล
    ในเลือดคงที่

dream weaver tracker

แก้โรคเครียดในที่ทำงาน

หากรู้สึกว่างานที่ทำ กำลังปลุกต่อมเครียดให้ชีวิต เรามีวิธีช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ง่ายๆ แถมเติมโบนัสทางความคิดและมุมมองดีๆ แบบนี้


  • สูดกลิ่นหอม ลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์จะช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียดๆ ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้อย่างกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์หรือจะหยดน้ำมันหอมระเหยตรงโต๊ะทำงาน เชื่อสิว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นได้อย่างบอกไม่ถูกเลยเชียว
     
  • หนังสือบำบัด หาหนังสือที่อ่านแล้วสบายใจเล่มบางๆ มาไว้ใกล้มือ เครียดเมื่อไร หยิบมาพลิกอ่านสักหน้าสองหน้า แก้เครียดได้ดีเหมือนกัน
     
  • จินตนาการแสนสุข ดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน โดยหลับตาแล้วหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ แล้วหยุดไว้สองวินาทีก่อนหายใจออก ทำให้ระบบประสาทสงบลง ทำแบบนี้สัก 5 นาที รับรองว่าจะรู้สึกดีแบบทันตาเห็น จากนั้นก็นึกถึงช่วงเวลาดีๆ ในการทำงาน เช่น วันที่ได้รับคำชมจากเจ้านาย หรืองานชิ้นโบแดงที่คุณทำแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ
     
  • ตากอากาศระยะสั้น เมื่อความเครียดรุมเร้าก็ไม่ควรอุดอู้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม ควรหาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์ใกล้ๆ ธรรมชาติสักพัก อาจเป็นสวนหย่อมในที่ทำงานหรือคาเฟทีเรียใกล้ๆ จากนั้นเดินผ่อนคลายและหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่มันมาจากชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป
     
  • รู้จัก เมื่อถึงเวลา ในชีวิตการทำงานมักมีหลายเรื่องที่เข้ามากระทบความรู้สึกจนเกิดอารมณ์ แต่แทนที่จะตอบโต้กลับทันทีอย่างขาดสติ จนอาจทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โต การเดินหนีไปก่อน รอให้อารมณ์เย็นลง หรืออยู่กับโต๊ะทำงานตัวเองเงียบๆ จัดข้าวของหรือหาอะไรทำที่ไม่ต้องใช้สมาธิสูงมากลดความเครียดลงได้ จนกว่าคุณพร้อมที่จะกลับมาลุยงานอีกครั้ง
     
  • โทรหาเพื่อนรู้ใจ ระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ การมีคนรับฟังและให้คำปรึกษาจะทำให้ชีวิตที่ยุ่งเหยิงเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า คุณไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลก แต่ขอเตือนว่าอย่าเมาท์เพลินจนเสียงานก็แล้วกัน
     
  • อย่าคาดหมายล่วงหน้า การมัวแต่คิดถึงการนัดหมายสำคัญๆ ในวันรุ่งขึ้น จะทำให้เข้านอนพร้อมกับความกังวลและเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก ทางที่ดีทำใจให้สบาย ผ่อนคลายให้มากที่สุด บอกตัวเองว่าพักให้เต็มที่ แล้วพรุ่งนี้จะดีเองจากนั้นตั้งนาฬิกาปลุกแต่เช้า เพื่อจะได้เตรียมตัวจนมั่นใจโดยไม่อ่อนเพลีย
  • ทดลองหลับ บางตำรากล่าวไว้ว่า วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาความเครียดคือ การฝึกจิตง่ายๆครั้งละ 10 - 15 นาที เช้าและเย็น ด้วยการนั่งสบายๆที่โต๊ะทำงานของคุณ หนุนศีรษะบนแขนที่วางไขว้กัน หรือหาที่เหมาะๆ นอนเหยียดยาว หลับตาและปล่อยตัวตามสบายเพื่อผ่อนคลายง่ายๆ ในทางทฤษฎีบอกว่า เมื่อคุณหลับตา จะสามารถตัดข้อมูลต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่สมองได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์
     
  • เชื่อในพลังแห่งการสัมผัส ถ้ามีเพื่อนสนิทในที่ทำงานอาจสลับสับเปลี่ยนกันนวดบรรเทาอาการเครียด เพราะการโอบกอดหรือสัมผัสเบาๆเวลารู้สึกเหนื่อยล้าจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ชื่อออกซิโทชิน ช่วยลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ทำให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
     
  • สร้างอารมณ์ขัน หลังจากทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ลองชวนเพื่อนที่มีอารมณ์ขันคุยเบาๆ จะช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวให้หัวเราะได้อีกครั้ง คนที่หัวเราะง่ายมักมีสุขภาพกายและจิตที่ดี เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิตและระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลของระบบประสาททางหนึ่งด้วย
     
  • หามุมสงบ ฟังเพลงเบาๆ โดยเฉพาะเพลงแนว Meditationทั้งเสียงบรรเลงดนตรีและเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงคลื่น น้ำตก นกร้องรับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคืนสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์
     
  • สร้างกำลังใจให้ตัวเอง ความผิดพลาดบางอย่างที่แก้ไขไม่ได้ จำเป็นต้องยอมรับแล้วใช้เป็นบทเรียน แต่จงอย่าให้ความผิดพลาดนั้นกลายเป็นสิ่งที่มากดดันให้คุณเครียดจนเกินไป อย่ามัวคิดถึงสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วควรเปิดใจให้กว้างและกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลาในการหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น
     
  • คิดทางบวก จำไว้ว่าการมองโลกในแง่ดีมีอารมณ์ขัน คิดถึงประสบการณ์ดีๆ ที่ผ่านมาในชีวิตให้บ่อยขึ้น นึกถึงความปรารถนาดีของคนอื่นที่มีต่อคุณ ก็จะช่วยให้เป็นคนที่เครียดน้อยลงและมีความสุขมากขึ้นได้
     

Canon Pixma MP520

สังเกตเหงื่อ สังเกตโรค

     ได้ยินว่าตำแหน่งของการเกิดเหงื่อ กระทั่งปริมาณของเหงื่อที่หลั่งออกมา สามารถบ่งชี้อาการของโรคบางชนิดได้ จึงชวนให้ไปหาคำตอบ ว่าเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดพรายเต็มใบหน้าในขณะนี้ บอกอะไรกับเราได้บ้าง

รู้จักเหงื่อกันดีหรือยัง

       1. เหงื่อที่ผลิตจาก Eccrine Sweat Glands มีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่น ร่างกายจะขับเหงื่อชนิดนี้ออกมาเวลาทำกิจกรรมหนักๆ หรืออยู่ในสภาวะอากาศร้อน

       2. เหงื่อที่ผลิตจาก Apocrine Sweat Glands เป็นต่อมเหงื่อที่กระจายตัวอยู่บางตำแหน่งของร่างกาย เช่นรักแร้ขาหนีบทวารหนักหัวหน่าวก้นแผ่นหลังมีส่วนผสมของไขมันและกลิ่นเฉพาะตัวอยู่ด้วย


สังเกตโรคจากเหงื่อ 

       ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ มีอาการเหงื่อซึมทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือทั้งสองข้างร่วมกับมีอาการหงุดหงิดง่าย มือสั่น ใจสั่น น้ำหนักลด ตาโปน ผมร่วง เหนื่อยง่าย ใจสั่น และหิวน้ำบ่อย

       วัณโรค หากมีเหงื่อออกมากทั่วตัวในเวลากลางคืนสลับกับเป็นไข้ ไอเรื้อรัง รู้สึกเบื่ออาหารและน้ำหนักลด ติดต่อกันอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ควรไปพบแพทย์เป็นการด่วน เพราะอาการเหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้อย่างหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรค

       เบาหวาน คนที่เป็นเบาหวานและมีอาการแทรกซ้อนของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จะมีอาการเหงื่อซึมทั่วตัว โดยเฉพาะที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งเกิดจากตับผลิตอินซูลินน้อยเกินไปจนไม่พอดีต่อการใช้งาน ส่งผลให้ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ ทั้งนี้จะมีอาการใจสั่น เหนื่อยหอบและรู้สึกหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมร่วมด้วย

       โรคหัวใจ ในกรณีของคนที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จะมีอาการเหงื่อออกมาร่วมกับอาการใจสั่น เหนื่อยหอบ ซึ่งเกิดจากการที่หัวใจถูกกระตุ้นให้ส่งสัญญาณความผิดปกติไปที่ระบบประสาทส่วนกลาง

       ภาวะใกล้หมดประจำเดือน เกิดจากการหลั่งฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนน้อยลงกว่าเดิม ทำให้ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) มีอารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ ประจำเดือนมาน้อยหรือมามากกว่าปกติ และมีอาการวูบวาบตามตัว ซึ่งร่างกายจะระบายความร้อนออกมาในรูปของเหงื่อ

       อย่างไรก็ตาม อาการบ่งชี้ข้างต้น อาจต้องมีปัจจัยร่วมอีกหลายประการ ทางที่ดีคือการดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี ดื่มน้ำวันละ 1 ลิตรเป็นอย่างนั้อย และหมั่นออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเหงื่อของรูขุมขน   ยังเป็นคาถานำพาเราห่างไกลโรคได้เสมอ

      

AmazingCounters.com
Macys Online